วันพุธที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

395 ปี บันทึกของปินโต



ประวัติของปินโต
ปินโตเป็นชาวเมืองมองเตอมูร์เก่าในราชอาณาจักรโปรตุเกส ปินโตเกิดในครอบครัวยากจน เมื่ออายุประมาณ 10 หรือ 12 ขวบจึงต้องเป็นเด็กรับใช้ของสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ชีวิตของเขาตกอยู่ในอันตรายจนต้องหลบหนีลงเรือจากเมืองกูแอ ดึแปดรา การผจญภัยของปินโตเริ่มขึ้นเมื่อเดินทางไปถึงเมืองดิวในอินเดียขณะมีอายุได้ 28 ปี เขาเดินทางกลับมาตุภูมิรวมเป็นเวลา 21 ปีของการแสวงโชคในเอเชีย
ปินโตเคยเผชิญปัญหาเรืออับปาง 5 ครั้ง ถูกขาย 16 ครั้งและถูกจับเป็นทาสถึง 13 ครั้ง ชีวิตในเอเชียของปินโตเคยผ่านการเป็นทั้งกลาสีเรือ ทหาร พ่อค้า ทูตและนักสอนศาสนา (missionary) เมื่อเดินทางกลับไปถึงโปรตุเกสในเขาจึงพยายามติดต่อขอรับพระราชทานบำเหน็จรางวัล เนื่องจากได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติและศาสนาอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากราชสำนัก ปินโตเขียนหนังสือชื่อ “Pérégrinação”ขึ้น และถูกตีพิมพ์หลังจากเขาถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1583
ปินโตเคยเดินทางเข้าสยาม 2 ครั้ง นักประวัติศาสตร์บางคนนำหลักฐานของฝ่ายไทยเข้าไปตรวจสอบความน่าเชื่อถือในเอกสารของเขาหลายประเด็น และชี้ให้เห็นความคลาดเคลื่อนของศักราชที่เขาอ้างถึงหลังจากปินโตถึงแก่กรรม บุตรีของเขาได้มอบต้นฉบับหนังสือให้แก่นักบวชสำนักหนึ่งแห่งกรุงลิสบอน ต่อมากษัตริย์ฟิลิปที่ 1และทรงเป็นกษัตริย์ฟิลิปที่ 2 แห่งสเปนทรงได้ทอดพระเนตรงานนิพนธ์ชิ้นนี้ บุตรีของปินโตจึงได้รับพระราชทานบำเหน็จรางวัลแทนบิดา
คุณค่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับราชอาณาจักรสยาม
บันทึกของปินโตนับเป็นเอกสารสำคัญที่กล่าวถึงเรื่องราวส่วนหนึ่งเกี่ยวกับทรัพยากร การทหาร วัฒนธรรม ประเพณี ความเชื่อ กฎหมายและเรื่องราวในราชสำนักสยาม ปินโต กล่าวว่า
“ชาวต่างประเทศทุกๆชาติที่ไปร่วมรบกับกษัตริย์สยามนั้นต่างก็ได้รับคำมั่น
สัญญาว่าจะได้รับบำเหน็จรางวัล การยกย่อง ผลประโยชน์ ความชื่นชมและเกียรติยศชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้รับอนุญาตให้สร้างโบสถ์เพื่อการปฏิบัติศาสนกิจในแผ่นดินสยามได้”
การเข้าร่วมรบในกองทัพสยามครั้งนั้นเป็นการถูกเกณฑ์ หากไม่เข้าร่วมรบก็จะถูกขับออกไปภายใน 3 วัน ด้วยเหตุนี้จึงมีชาวโปรตุเกสถึง 120 คน จากจำนวน 130 คน อาสาเข้าร่วมรบในกองทัพสยามเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกไว้ในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขาว่าเป็นศึกเมืองเชียงกรานเรื่องราวในหนังสือสอดคล้องกับงานเขียนของนักประวัติศาสตร์ชาวโปรตุเกสหลาย อี.ดับเบิลยู. ฮัทชินสันก็อ้างตามหลักฐานของปินโตว่า
“ทหารโปรตุเกสจำนวน 120 คนซึ่งสมเด็จพระไชยราชาธิราชทรงจ้างเป็นทหารรักษา
พระองค์ได้สอนให้ชาวสยามรู้จักใช้ปืนใหญ่”
สรุป
ผู้เขียนเห็นว่างานนิพนธ์ของปินโตมีคุณค่าในทางประวัติศาสตร์มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นเพียงวรรณกรรมประโลมโลกหรือนิยายผจญภัยของกลาสีเรือ แม้เนื้อหาบางตอนจะดูตื่นเต้นเร้าใจเกินกว่าจะมีความสมจริงตามทัศนะของนักประวัติศาสตร์ แต่ในสภาวะที่ยุโรปเพิ่งจะพ้นจากยุคแห่งการจุดไฟเผาหญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดและยังคงเคร่งต่อจริยธรรมทางศาสนา งานของปินโตถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความแม่นยำของศักราชก็เพราะบันทึกของเขาเป็นเอกสารที่เขียนขึ้นจากความทรงจำเมื่อเขาเดินทางกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในโปรตุเกสระยะหนึ่งแล้ว
พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับหลวงประเสริฐฯ เคยได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างยิ่งว่ามีความแม่นยำในเรื่องศักราชและเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ แต่ต่อมานักประวัติศาสตร์บางท่านก็เคยตั้งข้อสงสัยต่อสถานภาพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความไม่เที่ยงของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในทางกลับกันอาจจะมีผู้ใช้บันทึกของปินโตมาตรวจสอบความแม่นยำของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งอย่างจริงจังในอนาคตบ้างก็ได้

โปรแกรมทัวร์


โปรแกรมเที่ยวเกาะเต่า-เกาะนางยวน

วันแรก
หากไม่สามารถไปถึง ท่าเรือ ก่อน 7.30 น. แล้วละก็แนะนำให้เที่ยวแถวตัวเมืองก่อนครับ สักการะเสด็จเตี่ย (กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์) เดินเล่นแถวหาดทรายรี ตกเย็น หาร้านอาหารอร่อยๆ แถวหาดภราดรภาพ... แนะนำ ร้านภราดรภาพ, ร้านลุย, ร้านแมกไม้ ร้านแรกเป็นร้านเก่าแกและเป็นร้านประจำไทยทัวร์
Programs

วันที่สอง
07.30 น. ตรงเวลาครับ เรือออกแถวท่ายาง ต้องไปให้ทัน หากเดินทางไปช่วงเทศกาลแล้วละก้อ ควรซื้อตั๋วเรือก่อนที่ท่าเรือ โรงแรม บริษัททัวร์แถวตัวชุมพร ราคา 450 บาท ไป-กลับ ก็ 900 บาท ใช้เวลา 3 ชั่วโมง แต่คนขายตั๋วมักจะบอกใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง เรือจะออกไปทางปากน้ำชุมพร แล้วมุ่งผ่านเกาะมัตรา เกาะเล็กเกาะน้อยแถวปากน้ำ ตลอด 3 ชั่วโมงนี้ ก็ไม่ค่อยมีอะไรทำบนเรือหรอกครับ นอกจากดู วีดีโอ ซักเรื่อง อาหารทานเล่น ขนมคบเคี้ยว เครื่องดื่ม ในเรือมีขายครับ ราคาสูงกว่าปกตินิดหน่อย หากต้องการเรือเร็วต้อง ลมพระยา cattamaran ติดต่อ สนงไทยทัวร์ 02-6733322 หรือ info@thai-tour.com (ไม่ได้บวกเพิ่ม)
10.00 น.ถึงท่าเรือ ทันที่ที่เราถึงท่าเรือ จะมีเอเย่นต์รีสอร์ท บรัษัทดำน้ำ มาเสนอขายที่พัก ทัวร์ ฯลฯ ตรวจเช็ค ราคาให้ดีๆก่อนซื้อ สิ่งที่อยากแนะนำคือ ยืนยันเวลากลับเรือที่แน่นอนก่อน หากยังไม่ได้ซื้อตั๋วเรือกลับ ก็ควรซื้อและตกลงเลย(หากเรารู้เวลากลับที่แน่นอนแล้ว) มิฉะนั้น โดยเฉพาะช่วงเทศกาลไม่มีเรือกลับแน่...เพราะทางกรมเจ้าท่ากำหนดจำนวนคนขึ้นเรือเพื่อความปลอดภัย
11.00 น. ทานอาหารเช้า-เที่ยง ยืนยันตั๋วเรือ เช่าจักรยานยนต์ สภาพดีๆ ซักคัน หาที่พักสบายๆ ซักที่ แนะนำ koh tao cabana รีสอร์ทเพิ่ง renovate ต้นปี 51 นี่เอง หรือ จามจุรี ที่อ่าวจันสม หาดที่นี่สวยมาก, Koh Tao Coral Grand บนหาดทรายรี ที่นี่มีสระว่ายน้ำด้วย รับรองราคายุติธรรมหากจองผ่านเว็บไซท์ไทยทัวร์
13.00 น. พักผ่อน อาบน้ำ เดินเล่นริมหาด บิดมอเตอร์ไซท์ ริมหาด พัก จิบกาแฟ หรือน้ำเย็น ขณะเช็คอีเมล์ ในห้องแอร์เย็น ก่อนเที่ยวต่อ
18.00 น. ทานอาหารเย็น ร้านอร่อยๆ มีคนแจ้งผมมาว่าคือ ร้านตุ๊กตา (หากผมจำชื่อไม่ผิด) แถวหาดแม่หาด เป็นอาหารซีฟู๊ด ราคาถูก อร่อยด้วย อีกร้าน คือ เอ.ซี. ซีฟู๊ดเหมือนกัน ทัวร์ลงบ่อยที่นี่ อยู่แถวหาดทรายรี ทานอาหารเสร็จก็เดินย่อยอาหาร ชมบรรยากาศแสงไฟสลัว แถวแม่หาด

วันที่สาม
8.00 น. เช่าเรือหางยาว (Taxi Boat) ราคา 1200 บาท ไม่รวมอุปกรณ์ดำน้ำ (ระวังถูกฟันนะครับ) หน้ากาก+ท่อ 50 บาท ชูชีพ 50 บาท ฟิน 50 บาท เต็มที่ก็ไม่เกิน 60 บาท ต่อชิ้นนะครับ
เรือรอบเกาะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จุดที่แนะนำให้ดำน้ำคือ อ่าวม่วง อ่าวปะกก และหาดแถวเกาะนางยวน ไม่ต้องห่วงครับ คนเรือเขาจะต้องพาไปเกาะนางยวนด้วย อย่าลืมขึ้นไปบนจุดชมวิวถ่ายรูปนะครับ จริงๆแล้วเกาะนางยวนนี่ เป็นเกาะส่วนตัว หากทางเจ้าของเกาะจะไม่อนุญาตให้เข้าเกาะก็ย่อมได้ ก่อนหน้านี้จะเข้าฟรี แต่ตอนหลังได้ยินมาว่าเก็บค่าเหยีบเกาะ 100-150 บาทแล้วครับ
บ่ายสาม มีเรือส่งเสริมวิ่งกลับฝั่ง หากใครที่ต้องกลับวันนี้ ก็เดินทางจองตั๋วและเก็บสัมภาระกลับได้เลย แต่ควรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ เพราะหากเป็นช่วงเทศกาล เมื่อเรือเต็มก็จะออกทันที หากไม่มีเรือสำรองวิ่ง...ตกเรือกลับฝั่งแน่
18.00 น. หากหิว หาร้านอาหารทานแถวหาดภราดรครับ แล้วค่อยกลับ ร้านภราดร หรือร้านลุย ก็ได้

ที่พัก เกาะเต่า และเกาะนางยวน



Fanari Resort & Spa
2,500 - 12,000 บาท
เกาะเต่า






Dusit Buncha Resort
2,650 - 10,800 บาท
เกาะเต่า จุดชมวิวสวยงาม ติดทะเล







Koh Tao Coral Grand
3,900-6900 บาท
ริมหาดทรายรี สระว่ายน้ำ หรูหรา







Koh Tao Cabana
3,900 บาท
ริมหาดทรายรี พัดลม ตกแต่งอย่างดี










Haad Tien Bungalows
1,500-6,000 บาท
ดำน้ำดูปะการัง หาดทรายขาว น้ำทะเลใส






การเดินทาง เกาะเต่า


- จากกรุงเทพฯ - ชุมพร ประมาณ 6 ชั่วโมง จากตัวเมืองชุมพรเดินทางไปท่าเรือท่ายางประมาณ 7 กม.
(รถโค้ช กรุงเทพ- ชุมพร ออกเวลา 21.00 ถึง 05.00 น.)
-จาก ชุมพร ไป เกาะเต่า
*ประเภทของเรือไปเกาะเต่า
มีเรือ สองประเภท คือ เรือโดยสารขนาดใหญ่ จุได้ 150-300 คน และเรือประมงดัดแปลง




แผนที่ เกาะเต่า

วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทที่2ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว

อาณาจักรบาบิโลน
วิวัฒนาการการท่องเที่ยว
อาณาจักรบาบิโลน (Babylonion Kingdom) และ อาณาจักรอิยิปต์(Egyptian Kingdom)
-การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุ 2600ปีมาแล้วในอาณาจั้กรบาบิโลน
-มีการจัดงานเทศกาลด้านทางศาสนา มีการพบหลักฐานจากข้อความที่นักเดินทางเขียนไว้ที่ผนังหรือสิ่งก่อสร้างอื่นๆ
จักรวรรดิกรีกและจักรวรรดิโรมัน
ลักษณะการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวสมัยกรีก เป็นการปกครองแบบนครรัฐ(City State) ทำให้ไม่มีผู้นำสั่งการให้สร้างถนนจึงนิยมเดินทางทางเรือ
-สถานที่ที่เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้า
-เดินทางเพื่อแสวงหาความรู้ เนื่องจากสมัยกรีกนี้มีนักปราชญ์จำนวนมาก อาทิ อริสโตเติล พลาโต โซเครติส
-เพื่อการกีฬา โดยเฉพาะในกรุงเอเธนส์
เมื่อมีการเดินทางทำให้เกิดการสร้างที่พักแรมระหว่างทางเกิดขึ้นซึ่งเป็นเพียงแค่ห้องนอนแคบๆเท่านั้น

อนุสาวรีย์ในยุคกลาง

สมัยโรมัน
ได้รวบรวมจักรวรรดิกรีกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรและได้นำเอาวัฒนธรรม ธรมมเนียม และความหรูหราต่างๆไปพัฒนาเป็นแบบโรมัน สมัยโรมันเป็นสมัยที่มีการท่องเที่ยวรุ่งเรืองที่สุดในยุคโบราณจนมีนักวิชาการปัจจุบัน กล่าวว่า "แม้ว่าชาวโรมันจะมิใช่ชาติแรกที่เดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆเพื่อความเพลิดเพลินก็ตาม แต่ชาวโรมันก็เป็นชนชาติแรกที่แท้จริงที่สร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวระบบมวลชนเป็นครั้งแรก"(Mass Tourism) ชาวโรมันนิยมเดินทางไปชมความสำเร็จของวิทยาการของกรีก อนุสาวรีย์ต่างๆ รูปแกะสลัก ตลอดจนงานเทศบาล
ยุคกลางหรือยุคมืด ค.ศ.500-1500
เป็นช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ศาสนาเข้ามามีบทบาทในการกำหนดการดำเนนชีวิตของผู้คน วันหยุด เริ่มเข้ามีบทบาทมากขึ้นซึ่งหมายถึงการหยุดพักจาการทำงาน ไม่ไปไหนมาไหนและใน 1 ปี มีวันหยุดทางศาสนามากขึ้น คนชั้นสุงและคนชั้นกลางนิยมเดินทางเพื่อแสวงบุญในระยะทางไกลในเมืองต่างๆตามหลักฐานที่ปรากฏเป็นนิทานเรื่อง Canterbury's tales แต่ปัญหาที่นักเดินทางต้องเจอคือ โจรผู้ร้ายที่คอยดักปล้นนักเดินทาง มัคคุเทศก์ในสมัยนั้นจึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทาง และเป็นทั้งนักปกป้องนักเดินทางด้วย มัคคุเทศก์ในสมัยนั้นจึงได้รับค่าจ้างสูง ผลของการเดินทางเพื่อแสวงบุญมี 3 ประเด็นคือ
1.มีเป้าหมายของการเดินทางที่เด่นชัดได้แก่การแสวงบุญ
2.ผลการเดินทา'มีความสำคัญและความหมายทางด้สนจิตใจเพราะเป็นเหตุการณ์สำคัญแห่งชีวิต
3.ผู้แสวงบุญต้องการให้คนอื่นเห็นถึงความสำเร็จแห่งการเดินทางในรูปของของที่ระลึก
นอกจากนักแสวงบุญแล้วในยุคกลางยังมีนักเดินทางประเภทนักผจญภัยซึ่งเดินทางเพื่อแสวงหาชื่อเสียงและโชคลาภ การเดินทางในรูปแบบนี้น่าจะจัดได้ว่าเป็นการเดินทางทางด้านธุรกิจ หรือการเดินทางตามหน้าที่มากกว่าการเดินทางเพื่อความเพลิดเพลิน
คริสต์ศตวรรษที่ 17-19
ในช่วงก่อนที่จะถึงศตวรรษที่16คนที่ต้องการเดินทางมีวิธีที่จะทำได้ 3 วิธี คือ การเดินเท้า การขี่ม้า การใช้เสลี่ยงโดยมีคนรับใช้เป็นผู้แบกซึ่งวิธีนี้เป็ฯวิธีของชนชั้นสูงเท่านั้น

รถไฟ

ในศตวรรษที่ 18 มีระบบทางด่วนที่ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าผ่านทางเกิดขึ้น โดยมีการปรับปรุงผิวการจราจรทำให้รถตู้ 4 ล้อ ลากด้วยม้าซึ่งบรรทุกคนได้ระหว่าง 8-14 คน วิ่งได้ถึง 40 ไมล์ ต่อมามีการปรับปรุงระบบกันสะเทือนที่เป็นโลหะทไให้เกิดความสบายมากขึ้น รถเทียมม้าชนิดนี้มีส่วนช่วยในการพัฒนาการเดินทางภายในอาณานิคมของทวีปอเมริกาเหนือด้วย การเดินทางเป็นระยะทางไกลๆเรื่องที่พักเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้เดินทาง ในสมันนี้จึงมีที่พักประเภท inn เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อให้ผู้เดินทางและพักแรมและให้ม้าที่ลากได้มีโอกาสผลัดเปลี่ยนหน้าที่ แต่ที่พักในสมัยนั้นก็เป็นที่พักแบบง่ายๆ

การท่องเที่ยวในศตวรรษที่ 20(1901-2000)

ในช่วงนี้การท่องเที่ยวยังคงขยายตัวต่อไปเพราะความมั่งคั่งของผู้คน ความอยากรู้อยากเห็น และทัศนคติที่กล้าแสดงออกมากขึ้นในยุคหลังสมัยวิคตอเรีย ประกอบกับการพัฒนาการขนส่งอย่างต่อเนื่อง นักเดินทางมีความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บและการโจมตีของโจรผู้ร้าย ทวีปยุโรปมีความมั่นคงทางการเมือง เอกสารการเดินทางก็ไม่ยุ่งยาก ตั้งแต่ปี 1860 เป็นต้นมาหนังสือเดินทางไม่ต้องใช้ในการเดินทางในทวีบยุโรป

รูปแบบของการเดินทางเปลี่ยนไป ความนิยมในการเดินทางด้วยรถไฟลดลงเพราะคนนิยมเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวมากขึ้น มีการพัฒนาถนน พัฒนารถบรรทุกที่ขนสัมภาระในสงคราม ให้เป็นรถ Coach พาหนะแบบนี้ได้รับความนิยมมากในช่วงทศวรรษที่ 1920

การกำเนิดอุตสาหกรรมการบินในระยะแรกเป็นสัญญานบ่งบอกให้เห็นถึงจุกเริ่มต้นของการสิ้นสุดของบริการทางรถไฟและเรือกลไฟ ที่กล่าวว่าเป็นจุดเริ่มของการสิ้นสุดเพราะรถไปและเรือยังคงมีการให้บริการอยู่ การบินเพื่อการพาณิชย์ได้เริ่มเป็นครั้งแรกในปี 1919 ในทวีปยุโรป ค่าโดยสารระหว่าลอนดอนกับปารีส เป็นเงิน16 ปอนด์ ซึ่งเท่ากับค่าแรงคนงานหลายอาทิตย์ การบินในระยะแรกมักจะเป็นการขนส่งจดหมายและไปรษณีย์ภัณฑ์มากกว่า การขนส่งผู้โดยสารจนกระทั่งหลังสงครามโลกที่ 2 ที่เคื่องบินได้รับการพัฒนามากและดีพอที่จะทำการขนส่งผู้โดยสารเป็นการพาณิชย์และการบินระหว่างประเทศ




อ้างอิง


www.thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php?user=mc_43&topic=1145





วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทที่1ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว

แอมพิเธียเตอร์


การท่องเที่ยวเกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรีกการท่องเที่ยวสัมพันธ์กับชาวต่างชาติการร่วมกิจกรรมและเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ การท่องเที่ยวต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการ ตามข้อตกลงการประชุมของสหประชาชาติ หมายถึง 1.การเดินทางจากที่อยู่อาศัยปกติไปยังที่อื่นเป็นการชั่วคราวง 2.เป็นการเดินทางด้วยความสมัครใจ 3.เป็นการเดินทางด้วยวัตถุ
นิยามการท่องเที่ยวในการประชุม 2506
ให้เรียกผู้ที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวว่าผู้เยี่ยมเยือน Visitor จำแนกเป็น
1.นักท่องเที่ยว Tourist คือ ผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมอย่างน้อย 24 ชม. เพื่อจุดประสงค์เพื่อใช้เวลาว่าง เพื่อกิจกรรมนันทนาการ สุขภาพ การกีฬา หรือปฏิบัติภารกิจบางอย่างหรือการประชุม
2.นักทัศนาจร Excursionist คือ ผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมไม่เกิน 24 ชม. รวมถึงผู้เดินทางโดยเรือสำราญ
การจำแนกประเภทของผู้เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลทางสถิติและเพื่อการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว การจำแนกประเภทของผู้มาเยือนแบ่งออกเป็น
1.ผู้มาเยือนขาเข้า คือ ผู้ที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศและเดินทางเข้ามาเที่ยวในอีกประเทศหนึ่ง
2.ผู้มาเยือนขาออก คือ ผู้มายือนอยู่ในประเทศหนึ่งและเดินทางออกไปเที่ยวอีกประเทศหนึ่ง
3.ผู้มาเยือนภายในประเทศ คือ ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของตน
วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว
มนุษย์เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวด้วยความต้องการและเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น พักผ่อน ออกกำลังกาย เป็นต้นแบ่งเป็นหลักใหญ่ๆ ดังนี้
- การท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน Holliday เป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีวุตถุประสงค์เพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน วันหยุดที่มีจึงถูกใช้ไปโดยไม่เอาภาระหน้าที่การงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ สวนสนุก น้ำตก ไปเที่ยวชายทะเล ฯลฯ หรือเดินทางไปเยี่ยมญาติ
- เดินทางเพื่อธุรกิจโดยทั่วไป Business เป็นการเดินทางควบคู่ไปกับการทำงานแต่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพ หรือหารายได้จากสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวนั้น นอกจากนี้หมายความรวมถึงการเดินทางเพื่อการเข้าประชุม สัมมนาท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและจัดนิทรรศการ หรือเรียกว่า MICE แม้ว่าการท่องเที่ยวทางธุรกิจดูเหมือนจะมีจุดหมายในการทำงานนั้นเป็นเพียงกระบวนการในการสร้างรายได้ในอนาคต เช่น การติดต่อทางการค้า การประชุม เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล
- การเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ SIT เช่น การเดินทางไปศึกษาธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม การเดินทางไปเผยแผ่ศาสนา การเดินทางไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น
ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามสากล ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวภายในประเทศ หมายถึง ผู้ที่อยู่อาศัยภายในประเทศนั้นๆ เดินทางเที่ยวในประเทศของตน เช่น การเดินทางไปร่วมงานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
งานเทศกาลยี่เป็ง
2.การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอาศัยที่อื่นเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศนั้นๆ เช่น การเดินทางไปเล่นน้ำทะเล การเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้า เป็นต้น
3.การท่องเที่ยวนอกประเทศ หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศหนึ่งเดินทางออกไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ

ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทาง
1.การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ(GIT) แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ กรุ๊ปเหมา และกรุ๊ปจัด กรุ๊ปเหมาคือการท่องเที่ยวของคณะนักท่องเที่ยวซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ส่วนกรุ๊ปจัด คือ การเดินทางของคณะนักท่องเที่ยวซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทั้งทางด้านส่วนตัวและด้านหน้าที่การงาน แต่มีความต้องการที่จะเดินทางร่วมกันไปยังสถานที่เดียวกัน
2.การท่องเที่ยวแบบอิสระ(FIT) การท่องเที่ยวประเภทนี้ นักท่องเที่ยวต้องการความมีอิสระและมักเดินทางตามลำพัง นักท่องเที่ยวอาจจะวางแผนการเดินทางด้วยตนเองหรือใช้บริการบริษัทนำเที่ยวก้อได้
ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
1.เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน กิจกรรมที่เกิดขึ้นมักจะไม่สลับซับซ้อน มีรูปแบบเรียนง่าย
2.เพื่อธุรกิจ กิจกรรมหลักที่เกิดขึ้นคือกิจกรรมทางธุรกิจโดยทั่วไป
3.เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะมีความสลับซับซ้อนและเป็นระบบ มีหลายรูปแบบ ได้แก่
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ - คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สภาวะโลก เช่น การดูนก การดำดูปะการัง เป็นต้น
การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม - การเดินทางศึกษาวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา - ผจญภัย สปา ปีนเขา เป็นต้น
การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา - ทัศนศึกษา
การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ - เที่ยวที่มีพันธ์ไม้,ไร่ผลไม้


อ้างอิง

www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chansuay&month=12-2005&date=29&group=13&gblog=3

www.cmcity.go.th/mgtactivity/activipopup.php?act_id=19