วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553

บทที่3ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแตกต่างไปจากแรงจูงใจในวิชาจิตวิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดบุคลิกภาพของบุคคลแรงจูงใจทางด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา ผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยา แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวจึงหมายถึงเครือข่าย (Network) ทั้งหมดของพลังทางวัฒนธรรมและพลังทางชีววิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการท่องเที่ยว หากเราจะวิเคราะห์แรงจูงใจของนักท่องเที่ยวที่เลือกไปท่องเที่ยวในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยยึดหลักของเครือข่ายของพลังด้านชีววิทยาและพลังทางด้านสังคมเป็นตัวตั้งแล้วจะทำให้เราเข้าใจถึงแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวแต่ละคนได้ดีขึ้น
ทฤษฎีต่างๆเกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1.ทฤษฎีตามลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น (Hierarchy of needs)
Maslow กล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการและมนุษย์จะแสดงพฤติกรรมต่างๆเพื่อที่จะสนองตอบความต้องการ และความต้องการจำเป็นต่างๆ ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันจบสิ้นเมื่อความต้องการอย่างหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการอีกระดับหนึ่งก็จะเกิดขึ้นมาแทนที่ Maslow ได้เสนอลำดับขั้นของความต้องการของมนุษย์ทั้งหลายรวม 5 ขั้น
1.ความต้องการความสำเร็จแห่งตน
2.ความต้องการที่จะมีเกียรติยศชื่อเสียง
3.ความต้องการทางด้านสังคม
4.ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต
5.ความต้องการทางด้านสรีรวิทยา
ความต้องการทางสรีระหรือความต้องการทางร่างกายซึ่งเป็นความต้องการที่จะมีมีความอยู่รอด ความต้องการในระดับถัดไปก็จะเริ่มมีบทบาทขึ้นนั่น คือความต้องการที่จะได้รับความปลอดภัย ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีระบบระเบียบ ความต้องการที่จะใช้ชีวิตอยู่อย่างปราศจากความกลัว เมื่อความต้องการในขั้นนี้ได้รับการตอบสนองความต้องการทางสังคมจะทำหน้าที่ต่อไป ได้แก่ ความต้องการที่จะได้รับการยอมรับจากสังคม ความต้องการที่จะได้อยู่ในกลุ่ม ความต้องการทั้งสามระดับที่กล่าวมานี้เรียกได้ว่าเป็นความต้องการในระดับปฐมภูมิ เหนือจากความต้องการในระดับปฐมภูมิคือความต้องการที่จะเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง ความต้องการมีตำแหน่ง มีสถานภาพมีชื่อเสียง การยอมรับนับถือ ความต้องการในระดับนี้ทำให้คนบางคนต้องการมีอำนาจ ในระดับสูงสุดของความต้องการทั้งหลายของคนเราคือ ความต้องการที่จะได้รับความสำเร็จ ตามความมุ่งมั่นอันสูงสุด เป็นความต้องการที่จะกระทำในสิ่งที่ตนคิดว่าตนมีความสามารถที่จะกระทำได้ ความต้องการในระดับนี้เองที่ผู้ที่สนใจ ในเรื่องพฤติกรรมนักท่องเที่ยวนำมาใช้อธิบายแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว

2.ทฤษฎีขั้นบันไดแห่งการเดินทาง(Travel Career Ladder)
Philip Pearce ประยุกต์ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการจำเป็นของ Maslow แต่ความแตกต่างอยู่ที่ในลำดับขั้นแห่งความต้องการของนักท่องเที่ยวในขั้นที่ 1 หรือความต้องการทางสรีรวิทยา ถึงขั้นที่ 4 หรือความต้องการทางเกียรติยศชื่อเสียงนั้น ในแต่ละขั้นเกิดขึ้นทั้งจากบุคคลเป็นผู้กำหนดเองส่วนหนึ่งละอีกส่วนหนึ่งเป็นการชักนำหรือกำหนดโดยผู้อื่น
ความต้องการทางด้านท่องเที่ยวมีการพัฒนาตามลำดับขั้นเช่นเดียวกับในทฤษฎีของ Maslow ความต้องการจะเริ่มมีความลึกซึ้งซับซ้อนมากขึ้นเมื่อนักเดินทางมีประสบการณ์การเดินทางมากขึ้น ความต้องการในขั้นสรีระวิทยาจะต้องได้รับการตอบสนองก่อน ความต้องการในระดับที่สูงขึ้นไปจึงจะเกิดขึ้นคำตอบแรกที่นักท่องเที่ยวจะตอบเมื่อเราถามเขาว่าเดินทางมาเที่ยวที่นี่หรือมาเที่ยวประเทศไทยเพราะอะไรเขามักจะตอบเหมือนๆกันว่ามาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น (Hidden Agenda) ของ Crompton
Crompton ได้ทำการวิจัย โดยรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักท่องเที่ยว สรุปผลวิจัยของเขาออกมาเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางที่เขาเรียกกันว่า วาระซ่อนเร้น แรงจูงใจวาระซ่อนเร้นของ Crompton มี 7 ประเภทดังต่อไปนี้
1.การหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
2.การสำรวจและการประเมินตัวเอง
3.การพักผ่อน





การผักผ่อน



4.ความต้องการเกียรติภูมิ
5.ความต้องการที่จะถอยกลับไปสู่สภาพดั้งเดิม
6.กระชับความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
7.การเสริมสร้างการปะทะสังสรรค์ทางสังคม


การพบปะสังสรรค์


4.แรงจูงใจในทางท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke
จำแนกแรงจูงใจสำคัญๆที่ทำให้คนเดินทางออกเป็น 6 ชนิด คือ
1.แรงจูงใจทางด้านสรีระหรือทางกายภาพ
ได้แก่ความต้องการที่จะพักผ่อนหย่อนใจจากความเหน็ดเหนื่อย หลีกหนีจากสภาพแวดล้อมที่จำเจ
2.แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
ความสนใจที่จะได้สัมผัสวัฒนธรรมที่แปลกใหม่ ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเพื่อชมบ้านเมือง ได้เห็นสถาปัตกรรมที่แปลกๆ ได้เห็นวิถีชีวิตที่แปลกๆ
3.การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
บางคนท่องเที่ยวเพราะต้องการเห็นสิ่งที่เป็นอดีต สิ่งที่หาไม่ได้ในโลกปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่มีแรงจุงใจในประเภทนี้เรียกว่าแรงจูงใจทางด้านถวิลหาอดีต (nostalgia) นักท่องเที่ยวประเภทนี้จะชอบชมพิพิธภัณฑ์ อุทยานประวัติศาสตร์
4.การท่องเที่ยวเพื่อได้มาสถานภาพ
คือ แรงจูงใจที่อยากได้ชื่อว่าเที่ยวแล้วมีหน้ามีตา มีคนพูดถึงหรือชื่นชมเมื่อได้ทำสำเร็จ
5.แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6.แรงจูงใจส่วนบุคคล
เป็นแรงจูงใจที่เกิดจากเหตุผลส่วนตัวของแต่ละบุคคล
แนวโน้มของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1.แรงจูงใจที่ได้จากการสัมผัสสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบันความสนใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อมมีมากขึ้นโดยเฉพาะสิ่งแวดล้อมที่เป็นมรดกโลก(World Heritage)
2.แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
ความต้องการที่จะพบปะกับคนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิดมีเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะนักเดินทางวัยหนุ่มสาว นักเดินทางประเภทสะพายเป้
3.แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท่องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
การได้ดูได้เห็นวัฒนธรรมอื่นเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางชาวเอเชียโดยเฉพาะชาวจีนและชาวเกาหลี
4.แรงจูงใจที่เสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5.แรงจูงใจที่ได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6.แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและได้ฝึกทักษะ
7.แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8.แรงจูงใจที่ได้รับการคุ้มกันความปลอดภัย
แรงจูงใจที่จะได้รับความปลอดภัยจากโรค จากโจรผู้ร้าย แรงจูงใจที่ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสร้างภาพพจน์ให้กับบุคคลได้
9.แรงจูงใจที่ได้จากการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10.แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง
การให้รางวัลกับตัวเองในรูปของการแสวงหาความสนุกสนาน เช่น การกิน การดื่ม หรือการหาความสุขทางเพศ การซื้อของ เป็นต้น






อ้างอิง

http://www.google.co.th/imglanding?q=%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C&imgurl=http://picdb.thaimisc.com/m/maejonet/21-629.jpg&imgrefurl=http://thaimisc.pukpik.com/freewebboard/php/vreply.php%3Fuser%3Dmaejonet%26topic%3D21%26page%3D63&usg=__q64P1t-Mi4ABXByVu1sii-fubIk=&h=285&w=440&sz=86&hl=th&zoom=1&um=1&itbs=1&tbnid=YxZuf0EiHfhQsM:&tbnh=82&tbnw=127&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%258C%26um%3D1%26hl%3Dth%26tbs%3Disch:1&um=1&tbs=isch:1&start=4#tbnid=YxZuf0EiHfhQsM&start=8

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น