วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

บทที่1ความหมาย ความสำคัญของการท่องเที่ยว

แอมพิเธียเตอร์


การท่องเที่ยวเกิดขึ้นตั้งแต่ในสมัยกรีกการท่องเที่ยวสัมพันธ์กับชาวต่างชาติการร่วมกิจกรรมและเป็นการเยี่ยมชมสถานที่ การท่องเที่ยวต้องมีองค์ประกอบ 3 ประการ ตามข้อตกลงการประชุมของสหประชาชาติ หมายถึง 1.การเดินทางจากที่อยู่อาศัยปกติไปยังที่อื่นเป็นการชั่วคราวง 2.เป็นการเดินทางด้วยความสมัครใจ 3.เป็นการเดินทางด้วยวัตถุ
นิยามการท่องเที่ยวในการประชุม 2506
ให้เรียกผู้ที่เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวว่าผู้เยี่ยมเยือน Visitor จำแนกเป็น
1.นักท่องเที่ยว Tourist คือ ผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมอย่างน้อย 24 ชม. เพื่อจุดประสงค์เพื่อใช้เวลาว่าง เพื่อกิจกรรมนันทนาการ สุขภาพ การกีฬา หรือปฏิบัติภารกิจบางอย่างหรือการประชุม
2.นักทัศนาจร Excursionist คือ ผู้มาเยือนชั่วคราวและพักอาศัย ณ สถานที่ที่ไปเยี่ยมไม่เกิน 24 ชม. รวมถึงผู้เดินทางโดยเรือสำราญ
การจำแนกประเภทของผู้เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อประโยชน์ในการเก็บข้อมูลทางสถิติและเพื่อการวางแผนการพัฒนาการท่องเที่ยว การจำแนกประเภทของผู้มาเยือนแบ่งออกเป็น
1.ผู้มาเยือนขาเข้า คือ ผู้ที่มีถิ่นพำนักในต่างประเทศและเดินทางเข้ามาเที่ยวในอีกประเทศหนึ่ง
2.ผู้มาเยือนขาออก คือ ผู้มายือนอยู่ในประเทศหนึ่งและเดินทางออกไปเที่ยวอีกประเทศหนึ่ง
3.ผู้มาเยือนภายในประเทศ คือ ผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศของตน
วัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยว
มนุษย์เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวด้วยความต้องการและเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เช่น พักผ่อน ออกกำลังกาย เป็นต้นแบ่งเป็นหลักใหญ่ๆ ดังนี้
- การท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน Holliday เป็นการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีวุตถุประสงค์เพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน วันหยุดที่มีจึงถูกใช้ไปโดยไม่เอาภาระหน้าที่การงานเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ สวนสนุก น้ำตก ไปเที่ยวชายทะเล ฯลฯ หรือเดินทางไปเยี่ยมญาติ
- เดินทางเพื่อธุรกิจโดยทั่วไป Business เป็นการเดินทางควบคู่ไปกับการทำงานแต่มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพ หรือหารายได้จากสถานที่ที่ไปท่องเที่ยวนั้น นอกจากนี้หมายความรวมถึงการเดินทางเพื่อการเข้าประชุม สัมมนาท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลและจัดนิทรรศการ หรือเรียกว่า MICE แม้ว่าการท่องเที่ยวทางธุรกิจดูเหมือนจะมีจุดหมายในการทำงานนั้นเป็นเพียงกระบวนการในการสร้างรายได้ในอนาคต เช่น การติดต่อทางการค้า การประชุม เป็นต้น

การท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล
- การเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ SIT เช่น การเดินทางไปศึกษาธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรม การเดินทางไปเผยแผ่ศาสนา การเดินทางไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น
ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามสากล ได้แก่ 1.การท่องเที่ยวภายในประเทศ หมายถึง ผู้ที่อยู่อาศัยภายในประเทศนั้นๆ เดินทางเที่ยวในประเทศของตน เช่น การเดินทางไปร่วมงานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น
งานเทศกาลยี่เป็ง
2.การท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศ หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอาศัยที่อื่นเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศนั้นๆ เช่น การเดินทางไปเล่นน้ำทะเล การเดินทางไปร่วมงานแสดงสินค้า เป็นต้น
3.การท่องเที่ยวนอกประเทศ หมายถึง ผู้ที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศหนึ่งเดินทางออกไปท่องเที่ยวยังต่างประเทศ

ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามลักษณะการจัดการเดินทาง
1.การท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ(GIT) แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ กรุ๊ปเหมา และกรุ๊ปจัด กรุ๊ปเหมาคือการท่องเที่ยวของคณะนักท่องเที่ยวซึ่งมีความสัมพันธ์กัน ส่วนกรุ๊ปจัด คือ การเดินทางของคณะนักท่องเที่ยวซึ่งไม่มีความสัมพันธ์ทั้งทางด้านส่วนตัวและด้านหน้าที่การงาน แต่มีความต้องการที่จะเดินทางร่วมกันไปยังสถานที่เดียวกัน
2.การท่องเที่ยวแบบอิสระ(FIT) การท่องเที่ยวประเภทนี้ นักท่องเที่ยวต้องการความมีอิสระและมักเดินทางตามลำพัง นักท่องเที่ยวอาจจะวางแผนการเดินทางด้วยตนเองหรือใช้บริการบริษัทนำเที่ยวก้อได้
ประเภทการท่องเที่ยว แบ่งตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
1.เพื่อความเพลิดเพลินสนุกสนาน กิจกรรมที่เกิดขึ้นมักจะไม่สลับซับซ้อน มีรูปแบบเรียนง่าย
2.เพื่อธุรกิจ กิจกรรมหลักที่เกิดขึ้นคือกิจกรรมทางธุรกิจโดยทั่วไป
3.เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ กิจกรรมที่เกิดขึ้นจะมีความสลับซับซ้อนและเป็นระบบ มีหลายรูปแบบ ได้แก่
การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ - คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สภาวะโลก เช่น การดูนก การดำดูปะการัง เป็นต้น
การท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม - การเดินทางศึกษาวัฒนธรรมของแหล่งท่องเที่ยว
การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและกีฬา - ผจญภัย สปา ปีนเขา เป็นต้น
การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา - ทัศนศึกษา
การท่องเที่ยวเชิงชาติพันธุ์ - เที่ยวที่มีพันธ์ไม้,ไร่ผลไม้


อ้างอิง

www.bloggang.com/viewdiary.php?id=chansuay&month=12-2005&date=29&group=13&gblog=3

www.cmcity.go.th/mgtactivity/activipopup.php?act_id=19









3 ความคิดเห็น:

  1. จัดรูปแบบของข้อความแต่ละบรรทัดใหม่ให้ดูเหมือนการจัดรูปเล่มของบทความในหนังสือ เขียนบทความให้มีลักษณะเชิงพรรณนา มีการอ้างอิงที่มาของข้อมูล อย่าทำงานแบบสุกเอาเผากิน ไม่ใช่เป็นแบบpower points ทั้งดุ้น เพิ่มภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง และอ้างที่มาของภาพด้วยครับ

    อ.พิทยะ ศรีวัฒนสาร

    ตอบลบ
  2. เยี่ยมมาก ดูสนุกดี เนียนตา ช่วยปรับแก้ไขให้ภาพประกอบอยู่ในแนวเดียวกันด้วยจะสมบูรณ์อย่างยิ่ง และช่วยบอกชื่อภาพ กับที่มาของภาพด้วยนะครับ

    ตอบลบ
  3. ดีมาก ขยับท้ายบทความขึ้นไปอีกจนเหลือห่างแค่บรรทัดเดียวก็เริ่ดเรี่ยมเยี่ยมยอด

    ตอบลบ